คณะโบราณคดี


          ด้วยกระแสของละครเรื่องบุพเพสันนิวาส ที่นางเอกเป็นนักศึกษาคณะโบราณคดี ที่ทำให้มีใครหลายๆ คน ให้ความสนใจกับคณะโบราณคดี โดยเฉพาะน้องๆ ที่กำลังจะจบมัธยมและกำลังศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย แต่เชื่อเลยว่าหลายๆ คน คงจะไม่รู้จักคณะโบราณคดีมากนัก แถมยังมีการเข้าใจผิดอีกด้วย วันนี้มาศึกษากันว่า คณะโบราณคดีนั้น เป็นอย่างไร และเรียนอะไรบ้าง

          คณะโบราณคดี (Faculty of Archeology) มีเปิดสอนที่เดียวในประเทศไทย คือ มหาวิทยาลัยศิลปากร (วังท่าพระ) ซึ่งคณะนี้ไม่ใช่คณะสังคมศาสตร์ ไม่ใช่คณะอักษรศาสตร์ โดยเป็นคณะลำดับที่ 3 ของมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยคณะแรกคือ คณะจิตรกรรมและประติมากรรม คณะที่ 2 คือ คณะสถาปัตยกรรมไทย (ต่อมาได้ปรับหลักสูตรและเปลี่ยนชื่อเป็นคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์) สีประจำคณะโบราณคดี คือ สีม่วงเม็ดมะปราง

คณะโบราณคดี เรียนเกี่ยวกับอะไร และจบไปทำงานอะไรได้บ้าง

          วิชาโบราณคดีนั้นจะศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของคนโบราณในทุกมิติ ไม่ว่าจะการกินอยู่ สังคม การเมือง วัฒนธรรม มีความแตกต่างจากการเรียนประวัติศาสตร์เพราะว่าโบราณคดีจะศึกษาจาก วัตถุโบราณหรือสิ่งของเก่าๆ โดยสามารถทำอาชีพ คือ อาจารย์ และนักโบราณคดีของกรมศิลปากร ถ้าจบทางด้านประวัติศาสตร์ศิลปะส่วนใหญ่จะเป็นภัณฑารักษ์ (Curator) มีหน้าที่ดูแล พิพิธภัณฑ์หรือนิทรรศการ รวมถึงการให้ความรู้แก่ผู้ที่มาเยี่ยมชม  โดยส่วนใหญ่จะเป็นผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ของกรมศิลปากร รวมถึงพิพิธภัณฑ์ของภาคเอกชน นอกจากนี้ยังมีวิชาเอกที่เป็นเกี่ยวกับทางด้านภาษาคือ เอกวิชาภาษาไทย เอกวิชาภาษาอังกฤษ และเอกวิชาภาษาฝรั่งเศส ซึ่งมีความแตกต่างกับคณะอักษรศาสตร์เป็นอย่างมาก เนื่องจากคณะอักษรศาสตร์ส่วนใหญ่เนื้อหาจะเน้นไปทางด้านภาษาเสียมากกว่า ซึ่งถ้าเกี่ยวกับทางด้านประวัติศาสตร์ อักษรศาสตร์จะเป็นผู้วิเคราะห์ด้านภาษาโบราณโดยไม่ได้เกี่ยวกับโบราณวัตถุ ส่วนคณะโบราณคดี จะเน้นเนื้อหาที่สิ่งของโบราณวัตถุ ศึกษาประวัติความเป็นมา

โบราณคดีต้องมีไดโนเสาร์

          นี่คงเป็นอีกความเชื่อที่ผิดๆ และคิดต่อกันมาอยู่เสมอ วิชาโบราณคดีเป็นวิชาที่สืบค้นความเป็นมาของมนุษย์โบราณ ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับมนุษย์อย่างเดียว ทั้งในเรื่องของการดำรงชีวิต วัฒนธรรม ภาษา สังคม ฯลฯ ดังนั้นจึงไม่มีไดโนเสาร์อย่างที่เขาว่ากันมานะ

ก่อนเรียนต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

          อย่างแรกที่น้องๆ จะต้องตระหนักและนึกถึงเลยก็คือ ชอบโบราณคดีและเข้าใจในวิชาโบราณคดีมากน้อยเพียงใด ด้วยการเรียนการสอนที่เข้มข้น จะต้องมีการอ่านหนังสือเพื่อสืบหาความรู้กันอยู่เสมอ และยังมีการออกภาคสนามอยู่เสมอ ถ้าในเอกวิชาโบราณคดี เอกวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ ก็จะใช้เวลาในการออกภาคสนามอยู่นานพอสมควร อยู่กับดินกินกับทราย ต้องคุยกับทางบ้านให้เข้าใจด้วย เรื่องสำคัญคือร่างกาย ต้องเจอแดด ต้องขุดค้น

          แน่นอนว่า คณะโบราณคดีเป็นคณะที่ใครหลายคนชื่นชอบ และใฝ่ฝันอยากจะเรียน เพราะ คณะโบราณคดีนั้น เป็นอีกหนึ่งคณะที่คะแนนสูงอยู่แทบทุกปี รวมทั้งยังมีสื่อต่างๆ ที่คอยเผยแพร่ อาทิ ภาพยนตร์ ละคร อย่างเช่น เรื่องบุพเพสันนิวาสที่ทำให้น้องๆ หันมาสนใจคณะโบราณคดีกันมากขึ้น เมื่อสนใจแล้วลองหาข้อมูลเพิ่มเติมว่า คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร มีสาขาวิชาใดที่น่าสนใจ และลองเทียบคะแนน เมื่อมั่นใจแล้วก็ลุย เพื่อมาเป็นส่วนหนึ่งของคณะโบราณคดีกันเลย

Related Post

เสริมพัฒนาการสำหรับเด็ก

การเรียนเสริมพัฒนาการสำหรับเด็กดีอย่างไรบ้างการเรียนเสริมพัฒนาการสำหรับเด็กดีอย่างไรบ้าง

ในเรื่องของการเรียนเสริมพัฒนาการในตอนนี้นั้นต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากเลยเพราะว่ายิ่งเรารู้จักที่จะให้ความสนใจกับเรื่องของการเรียนเสริมพัฒนาการไปได้แล้วนั้นก็จะยิ่งดีอย่างที่สุดเลยเพราะการเรียนเสริมนั้นก็เป็นการหาความรู้ที่ดีอย่างมากเลยที่จะช่วยทำให้เด็กได้เรียนรู้ในสิ่งต่างๆที่เค้าก็ไม่เคยเห็นหรือไม่เคยเรียนรู้มาก่อน ในการที่พาเด็กไปเรียนรู้ในเรื่องของการเสริมพัฒนาการนั้นจะได้เรียนรู้จากแผ่นป้ายคำศัพท์ที่มีรูปภาพซึ่งทางสถานที่เรียนนั้นจะมีเทคนิคและวิธีให้เด็กนั้นจำได้ง่ายขึ้นเพราะยิ่งเด็กได้เรียนรู้ได้มากขึ้นแล้วนั้นก็จะทำให้เค้าเก่งและมีพัฒนาการที่ดียิ่งขึ้นด้วย และที่สำคัญในเรื่องของการการเรียนรู้นั้นเด็กสามารถที่จะเรียนรู้ได้ตลอดเวลาเลย เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากเลยและถ้าหากเราให้ความสนใจในส่วนนี้แล้วจะช่วยทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ดียิ่งขึ้นด้วยและแน่นอนว่าในเรื่องของการเรียนเสริมพัฒนาการนั้นจะช่วยทำให้เด็กได้เติบโตไวมากขึ้นด้วย นอกจากในเรื่องของการเรียนแล้วการที่เด็กได้เล่นของเล่นที่ช่วยเสริมทักษะนั้นก็จะดีอย่างมากเลยดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่เราเองก็จะต้องยิ่งให้ความสนใจกันอย่างที่สุดเพราะถ้าหากเราให้ความสนใจได้มากเท่าไหร่แล้วจะส่งผลดีต่อเด็กได้อย่างมากมายเลย หลายๆอย่างในเรื่องของการเสริมพัฒนาการนั้นก็เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งเลย เราจึงควรที่จะต้องยิ่งให้เด็กได้เรียนรู้มากๆด้วยจึงจะดี อย่างน้อยการที่เด็กได้เรียนรู้มากก็จะทำให้เค้าได้จดจำในสิ่งที่เค้าได้เรียนรู้ติดตัวไปตลอดด้วย เรื่องนี้จึงถือว่าเป็นเรื่องที่เราเองก็ควรที่จะต้องให้ความสนใจและอย่าละเลยไปด้วย เพราะหลายๆคนมองว่าการเรียนรู้สำหรับเด็กไม่สำคัญต้องบอกเลยว่าเราอาจจะทำให้เด็กเสียโอกาสดีๆไปได้ ดังนั้นเราจึงควรที่จะต้องยิ่งให้การสนับสนุนให้มากที่สุดด้วยเพราะสุดท้ายสิ่งที่เราสนับสนุนก็จะไปได้ผลในตอนโตที่เค้าจะเข้าโรงเรียนนั้นเอง สิ่งนี้จึงทำให้เราได้เห็นพัฒนาการของเด็กและเห็นความเปลี่ยนแปลงของเด็กได้เป็นอย่างดีเลย และเราก็ควรที่จะต้องหมั่นหาของเล่นใหม่ๆหรือพาไปเรียนรู้ในโรงเรียนเสริมพัฒนาการเป็นประจำทุกอาทิตย์เพื่อให้เด็กได้รับความคุ้นชินอย่างมากที่สุดด้วย เรื่องนี้จึงควรที่จะต้องยิ่งใส่ใจและอย่ามองข้ามไปเลยอย่างน้อยเด็กก็จะได้เติบโตมาอย่างมีคุณภาพด้วยนั้นเอง

เรียนภาษาอังกฤษไม่มีพื้นฐานเลย

เรียนภาษาอังกฤษไม่มีพื้นฐานเลย? มาสร้างความมั่นใจในการเรียนกันเถอะ!เรียนภาษาอังกฤษไม่มีพื้นฐานเลย? มาสร้างความมั่นใจในการเรียนกันเถอะ!

การเรียนภาษาอังกฤษอาจจะเป็นเรื่องท้าทายสำหรับหลายๆ คน โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีพื้นฐานมาก่อนเลย แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษได้ หากเรามีวิธีการที่เหมาะสมและมีความมั่นใจในการเรียน วันนี้เรามีคำแนะนำดีๆ สำหรับผู้ที่ “เรียนภาษาอังกฤษไม่มีพื้นฐาน” เพื่อช่วยให้การเรียนของคุณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสนุกมากยิ่งขึ้นค่ะ 1. เริ่มต้นจากพื้นฐานง่ายๆ เมื่อคุณไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษเลย การเริ่มต้นจากสิ่งที่ง่ายที่สุดจะช่วยให้คุณไม่รู้สึกท้อแท้ 2. ฝึกฝนการฟังและการพูด การฟังและพูดเป็นทักษะที่สำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ ซึ่งคุณสามารถฝึกได้ทุกที่ทุกเวลา 3. ใช้แอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ช่วยเรียนรู้ ในปัจจุบันมีแอปพลิเคชันและเว็บไซต์มากมายที่ออกแบบมาเพื่อช่วยในการเรียนภาษาอังกฤษ 4. เรียนภาษาอังกฤษแบบตัวต่อตัว การเรียนภาษาอังกฤษแบบตัวต่อตัวกับครูผู้สอนสามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจและเร่งผลการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5. ตั้งเป้าหมายและทำให้เป็นกิจวัตร การตั้งเป้าหมายในการเรียนภาษาอังกฤษช่วยให้คุณมีทิศทางในการเรียนที่ชัดเจน 6. อย่ากลัวที่จะทำผิด การเรียนภาษาอังกฤษไม่ใช่เรื่องง่าย

ธรรมชาติของการเรียนรู้

รู้จักธรรมชาติของการเรียนรู้รู้จักธรรมชาติของการเรียนรู้

แน่นอนว่าการเรียนรู้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับมนุษย์ทุกคน เพราะเปรียบเสมือนใบเบิกทางนำไปสู่ความสำเร็จและการพัฒนาตนเอง มีประโยชน์ทั้งการทำงาน การดำรงชีวิต และการอยู่ร่วมกัน ซึ่งนั่นถือเป็นพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนต่างก็รู้ดี แต่เชื่อว่าน้อยคนนักที่จะรู้ว่าธรรมชาติของการเรียนรู้มีขั้นตอนอย่างไร ดังนั้นเราจึงจะพาคุณไปทำความเข้าใจให้มากขึ้น ธรรมชาติของการเรียนรู้ ธรรมชาติของการเรียนรู้มีทั้งหมด 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1. Want ความต้องการของผู้เรียน  เมื่อผู้เรียนมีความต้องการอยากรู้สิ่งใดสิ่งหนึ่ง จะยิ่งกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ 2. Stimulus สิ่งเร้าที่น่าสนใจ  การมีสิ่งเร้าคอยกระตุ้น จะยิ่งทำให้เราดิ้นรนและขวนขวายหาความรู้ในสิ่งนั้น ๆ  3. Response การตอบสนอง  หากมีสิ่งเร้าที่น่าสนใจ เราจะเริ่มต้นด้วยการสัมผัส โดยใช้ประสาททั้ง