รู้จักธรรมชาติของการเรียนรู้


แน่นอนว่าการเรียนรู้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับมนุษย์ทุกคน เพราะเปรียบเสมือนใบเบิกทางนำไปสู่ความสำเร็จและการพัฒนาตนเอง มีประโยชน์ทั้งการทำงาน การดำรงชีวิต และการอยู่ร่วมกัน ซึ่งนั่นถือเป็นพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนต่างก็รู้ดี แต่เชื่อว่าน้อยคนนักที่จะรู้ว่าธรรมชาติของการเรียนรู้มีขั้นตอนอย่างไร ดังนั้นเราจึงจะพาคุณไปทำความเข้าใจให้มากขึ้น

ธรรมชาติของการเรียนรู้

ธรรมชาติของการเรียนรู้มีทั้งหมด 4 ขั้นตอน ได้แก่

1. Want ความต้องการของผู้เรียน 

เมื่อผู้เรียนมีความต้องการอยากรู้สิ่งใดสิ่งหนึ่ง จะยิ่งกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้

2. Stimulus สิ่งเร้าที่น่าสนใจ 

การมีสิ่งเร้าคอยกระตุ้น จะยิ่งทำให้เราดิ้นรนและขวนขวายหาความรู้ในสิ่งนั้น ๆ 

3. Response การตอบสนอง 

หากมีสิ่งเร้าที่น่าสนใจ เราจะเริ่มต้นด้วยการสัมผัส โดยใช้ประสาททั้ง 5 ได้แก่ ตาดู หูฟัง ลิ้นชิมรส จมูกดมกลิ่น และผิวหนังสัมผัส จากนั้นทำการแปลความหมายจากการสัมผัสสิ่งเร้าเป็นการรับรู้ จำได้ และประสานความรู้เข้าด้วยกัน จนเกิดการเปรียบเทียบและคิดอย่างมีเหตุผล

4. Reward การได้รับรางวัล 

หากเรามีความปรารถนาจะตอบสนองความต้องการและสร้างความพึงพอใจ จนนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ควรได้รับรางวัลเป็นชื่อเสียง เงินทอง เกียรติยศ และความภาคภูมิใจ

พฤติกรรมแบบไหนถึงเรียกว่าการเรียนรู้

หลายคนอาจแยกไม่ออกว่าสิ่งที่ตนเองกำลังเรียนรู้อยู่ในทุกวัน ใช่การเรียนรู้หรือเป็นเพียงแค่พฤติกรรมตามธรรมชาติ ลองเรียนรู้ลักษณะสำคัญดังต่อไปนี้ดู รับรองว่าจะเข้าใจมากขึ้น

1. พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ต้องเปลี่ยนอย่างถาวร

การเรียนรู้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงให้เห็นอย่างชัดเจนและถาวร หากเป็นเพียงแค่พฤติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองการเรียนรู้ ไม่ถือเป็นการเรียนรู้ 

2. พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป ต้องมีการฝึกฝนและเคยมีประสบการณ์นั้น ๆ มาก่อน 

เช่น ความสามารถในการใช้สมาร์ตโฟน ความสามารถในการอ่านหนังสือ ความสามารถในการขับรถ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นความสามารถที่ไม่ได้มีมาแต่กำเนิด แต่ต้องอาศัยประสบการณ์และการฝึกฝน

ส่วนพฤติกรรมที่ไม่ถูกจัดเป็นการเรียนรู้ เช่น เด็ก 2 ขวบ สามารถเดินได้ ขณะที่เด็ก 6 ขวบ เดินไม่ได้ ซึ่งไม่จัดเป็นการเรียนรู้ แต่เกิดขึ้นเพราะมีวุฒิภาวะ หรือการกะพริบตาเมื่อฝุ่นเข้าตา จัดเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่เกี่ยวกับการเรียนรู้แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตามหากอยากมั่นใจว่าตนเองได้เข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ที่ถูกต้อง ก็ต้องมั่นใจว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นสิ่งที่ได้รับการฝึกฝนและเปลี่ยนแปลงอย่างถาวร ดังนั้นจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติของการเรียนรู้ที่เรากล่าวไปข้างต้น จะเป็นแนวทางสำหรับคนที่ต้องการเรียนรู้ทักษะเฉพาะด้านหรือฝึกฝนพัฒนาตนเอง

Related Post

Education

คณะที่ใช่ยังไงก็ชอบคณะที่ใช่ยังไงก็ชอบ

          เมื่อเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านของอายุและการศึกษา จากเด็กมัธยมก็ต้องเข้าสู่นิสิต นักศึกษามหาวิทยาลัยกันแล้ว หลายๆ คนคงจะวางแผนชีวิตตั้งแต่ก่อนขึ้นม.4 เลือกสายการเรียนที่จะเป็นสะพานให้ตัวเองก้าวข้ามไปสู่มหาวิทยาลัยได้ แต่ถึงอย่างนั้น หลายๆ คน ที่ปูทางมาจนถึง ม.6 ก็ต้องกลับเบนเข็มทิศไปเส้นทางอื่น เพราะความชอบ และปัญหาใหญ่คือ คะแนนที่จะไม่ถึงคณะที่อย่างจะเรียน ในการเรียน นอกจากจะเรียนให้ได้ผลสัมฤทธิ์ที่ดีแล้วนั้น เราจะต้องมีความสุขกับการเรียนด้วย ซึ่งจะส่งผลทำให้การเรียนของเรานั่นดีขึ้นอีกด้วย ดังนั้นมาดูวิธีเลือกเรียนคณะที่ตนเองสนใจและรู้สึกว่าใช่ และตอบโจทย์ของเราได้เป็นอย่างดี “โตขึ้นอยากเป็นอะไร” คำถามสุด HOT ตั้งแต่สมัยอนุบาล ที่คุณครูมักถามเราเสมอว่า โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไรคะ ? แต่คำตอบของเรามีคำตอบเดียวซะที่ไหนล่ะ

เรียนภาษาใหม่

วิธีเรียนภาษาใหม่ให้เร็วที่สุด ด้วยตัวเองวิธีเรียนภาษาใหม่ให้เร็วที่สุด ด้วยตัวเอง

การเรียนรู้ภาษาใหม่อย่างรวดเร็ว ด้วยตัวเอง ต้องใช้กลยุทธ์ที่ผสมผสานกัน เพื่อเพิ่มโอกาสในการจดจำภาษาใหม่ ๆ และสามารถนำไปใช้งานได้จริงอย่างคล่องแคล่ว มาดูเคล็ดลับที่เรานำมาฝากคุณเหล่านี้กันเลย ล้อมรอบตัวคุณด้วยภาษาใหม่ ให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการ ฟังเพลง ชมภาพยนตร์และรายการทีวี อ่านหนังสือและหนังสือพิมพ์ในภาษาที่คุณอยากเรียน เปลี่ยนการตั้งค่าภาษาบนอุปกรณ์ของคุณเป็นภาษาที่คุณกำลังเรียนรู้ รวมถึงโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของคุณ เพื่อทำให้ภาษาใหม่เหล่านี้อยู่ในชีวิตของคุณให้ได้มากที่สุด  ใช้แอปการเรียนรู้ภาษา ใช้ประโยชน์จากแอปต่าง ๆ เช่น Duolingo, Babbel, Rosetta Stone หรือ Memrise เพื่อฝึกฝนในแต่ละวัน แอปเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อให้การเรียนรู้ภาษาใหม่สนุกสนานและมีส่วนร่วมได้ง่ายขึ้น

เรียนภาษาอังกฤษไม่มีพื้นฐานเลย

เรียนภาษาอังกฤษไม่มีพื้นฐานเลย? มาสร้างความมั่นใจในการเรียนกันเถอะ!เรียนภาษาอังกฤษไม่มีพื้นฐานเลย? มาสร้างความมั่นใจในการเรียนกันเถอะ!

การเรียนภาษาอังกฤษอาจจะเป็นเรื่องท้าทายสำหรับหลายๆ คน โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีพื้นฐานมาก่อนเลย แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษได้ หากเรามีวิธีการที่เหมาะสมและมีความมั่นใจในการเรียน วันนี้เรามีคำแนะนำดีๆ สำหรับผู้ที่ “เรียนภาษาอังกฤษไม่มีพื้นฐาน” เพื่อช่วยให้การเรียนของคุณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสนุกมากยิ่งขึ้นค่ะ 1. เริ่มต้นจากพื้นฐานง่ายๆ เมื่อคุณไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษเลย การเริ่มต้นจากสิ่งที่ง่ายที่สุดจะช่วยให้คุณไม่รู้สึกท้อแท้ 2. ฝึกฝนการฟังและการพูด การฟังและพูดเป็นทักษะที่สำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ ซึ่งคุณสามารถฝึกได้ทุกที่ทุกเวลา 3. ใช้แอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ช่วยเรียนรู้ ในปัจจุบันมีแอปพลิเคชันและเว็บไซต์มากมายที่ออกแบบมาเพื่อช่วยในการเรียนภาษาอังกฤษ 4. เรียนภาษาอังกฤษแบบตัวต่อตัว การเรียนภาษาอังกฤษแบบตัวต่อตัวกับครูผู้สอนสามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจและเร่งผลการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5. ตั้งเป้าหมายและทำให้เป็นกิจวัตร การตั้งเป้าหมายในการเรียนภาษาอังกฤษช่วยให้คุณมีทิศทางในการเรียนที่ชัดเจน 6. อย่ากลัวที่จะทำผิด การเรียนภาษาอังกฤษไม่ใช่เรื่องง่าย