เรื่องสำคัญห้ามลืม เปลี่ยนสีรถมาใหม่ต้องรีบแจ้งขนส่ง ก่อนมีความผิดตามกฎหมาย


คนมีรถยนต์ก็ย่อมที่จะรักรถของตนเองเป็นเรื่องธรรมดา บางครั้งก็อาจจะต้องมีการแต่งโน่นนิดนี่หน่อย เพื่อให้รถมีสีสันสวยงามดูไม่น่าเบื่อ อย่างเรื่องสีรถก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่หลายคนลงทุนไปทำมาใหม่ เพราะสีเดิมอาจจะดูเก่าโทรม หรือบางทีได้ข้อมูลใหม่มาว่าสีรถแบบนี้ไม่ถูกโฉลกกับตนเอง ซึ่งปัจจุบันการเปลี่ยนสีรถก็ทำได้ง่าย มีบริการอู่ซ่อมสีอยู่มากมาย

การเปลี่ยนหรือทำสีรถนั้นแม้จะเป็นเรื่องที่ทำได้ก็จริง แต่หลังจากทำมาแล้ว ก็จะต้องมีขั้นตอนเรื่องเอกสารการจดแจ้งต่าง ๆ ที่ต้องทำด้วย หลายคนอาจไม่รู้ในเรื่องนี้ว่าต้องแจ้งขนส่งอย่างไร และถ้ากำลังจะทำสีใหม่ประกันภัยรถยนต์จะคุ้มครองอยู่หรือไม่ มาไขปัญหาเหล่านี้ไปพร้อมกันเลย

ประกันภัยรถยนต์

การแจ้งขนส่งทางบกกรณีเปลี่ยนสีรถ

การเปลี่ยนสีรถนั้นเป็นสิ่งที่ผู้เป็นเจ้าของรถสามารถทำได้ แต่ทั้งนี้เมื่อมีการเปลี่ยนสีรถแล้ว ก็จะต้องมีการทำเรื่องแจ้งกับนายทะเบียนของกรมการขนส่งทางบกอย่างถูกต้องด้วย ตรงนี้มีระบุดชัดเป็นกฎหมาย ซึ่งกำหนดกฎเกณฑ์ตรงนี้มีระบุไว้ในพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 13 สรุปเนื้อหาใจความได้ว่า

รถมีทะเบียนที่มีการไปทำสีใหม่ทุกคัน ถ้าทำสีใหม่ไม่ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ของรถก็ไม่ต้องแจ้งขนส่ง แต่ถ้าทำสีเกิน 30 เปอร์เซ็นต์หรือทำรอบคันก็จะต้องมีการแจ้งกับทางขนส่ง ซึ่งหลังจากทำสีแล้ว ก็จะต้องมีการแจ้งกับกรมการขนส่งทางบกภายในเวลา 7 วัน หากแจ้งเกินกำหนดหรือไม่แจ้งจะมีความผิดตามมาตรา 60 ระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท

สำหรับการยื่นเรื่องแจ้งขนส่งกรณีเปลี่ยนสีรถนี้ หลักฐานที่จะต้องใช้ก็จะมีแค่ เอกสารคู่มือทะเบียนรถ, บัตรประจำตัวประชาชนและสำเนา, หลักฐานการเปลี่ยนสีรถ(ใบเสร็จจากทางร้านที่รับทำสี) ส่วนขั้นตอนในการยื่นก็จะมีดังนี้

  1. ไปที่กรมการขนส่งทางบก แจ้งความประสงค์ต่อเจ้าหน้าที่และยื่นเอกสารหลักฐานการเปลี่ยนสีรถที่เตรียมมา เพื่อขอแสดงความจำนงค์ในการนำรถเข้าตรวจสอบ
  2. นำรถเข้าตรวจสอบ
  3. รอผลการตรวจสอบ เมื่อผลออกแล้วก็ชำระค่าธรรมเนียม
  4. รอรับเอกสารทะเบียนต่าง ๆ คืน ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

การเปลี่ยนสีรถกับเรื่องประกันภัยรถยนต์ที่คุณควรต้องรู้

หลังจากดำเนินการเรื่องการยื่นแจ้งเปลี่ยนสีรถกับกรมการขนส่งทางบกแล้ว ยังมีอีกหนึ่งส่วนที่คุณจะต้องแจ้งไปด้วย นั่นก็คือ การแจ้งไปยังบริษัทประกันภัยรถยนต์ที่คุณทำประกันภาคสมัครใจไว้ ซึ่งจะต้องเข้าใจไว้ก่อนว่า ปกติแล้วประกันภัยรถยนต์นั้นจะคุ้มครองความเสียหายกรณีอุบัติเหตุต่าง ๆ ในส่วนของอุปกรณ์หลัก ๆ ของรถเท่านั้น แม้จะเป็นประกันภัยชั้น1 ก็ตาม จะไม่ได้คุ้มครองเรื่องสีรถ

หากว่าคุณไปทำสีรถมาแล้วไม่ได้แจ้งแก่บริษัทประกัน นั่นเท่ากับว่าบริษัทประกันจะตีความว่าเป็นรถคนละคันกับที่แจ้งทำประกัน ดังนั้น คุณจึงต้องทำการแจ้งแก่บริษัทประกันด้วย และอีกประการหากคุณต้องการให้ได้ความคุ้มครองเรื่องสีรถเพิ่มเติม คุณจะต้องมีการพูดคุยสอบถามเจรจากับทางบริษัทประกันไว้ก่อนเพื่อให้เข้าใจให้ตรงกัน

แม้ว่าในปัจจุบันจะมีประกันรถแต่ง เพิ่มความคุ้มครองเข้ามาก็จริง แต่ก็จะต้องมีการจ่ายเบี้ยส่วนต่างเพื่อรับความคุ้มครองเพิ่ม หรือประกันบางบริษัทอาจจะให้ความคุ้มครองเฉพาะกรณีไปสำหรับเรื่องสีรถ ตรงนี้จึงเป็นสิ่งที่เจ้ารถที่ทำสีรถมาใหม่ต้องทำความเข้าใจและพูดคุยทำข้อตกลงกับทางบริษัทประกันไว้ตั้งแต่เบื้องต้น จะได้ไม่มีปัญหาต้องหนักใจภายหลัง

นี่คือ ขั้นตอนต่าง ๆ ที่คุณควรต้องทำหลังจากที่ไปทำสีรถใหม่มา ทั้งการแจ้งขนส่งและการแจ้งกับทางบริษัทประกันภัยรถยนต์ ซึ่งหวังว่าข้อมูลคงจะเป็นประโยชน์กับคุณบ้างไม่มากก็น้อย

Related Post

สินเชื่อเงินสด

เลือกสินเชื่อยังไง? ให้เหมาะกับคุณเลือกสินเชื่อยังไง? ให้เหมาะกับคุณ

          สภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองในเวลานี้ จะใช้จ่ายเงินแต่ละทีก็คิดแล้วคิดอีก คำนวณรายได้ วางแผนรายจ่ายกันเป็นพัลวัน เมื่อเจอเหตุจำเป็น และไม่คาดฝันก็ต้องใช้เงินก้อนแบบไม่ทันได้ตั้งตัวกันอีก สุดท้ายการหยิบยืมเงินก็คงเป็นทางออกง่าย ๆ ที่หลายคนทำ แต่ถ้าหากเรามองให้ลึก พิจารณาให้ดี การเลือกสินเชื่อที่เหมาะสมกับกำลังการชำระก็เป็นโอกาสและสามารถเพิ่มสภาพคล่องให้กระเป๋าสตางค์ของคุณได้ ‘หลายคนคงมีคำถามในใจจะเลือกสินเชื่อยังไงให้เหมาะสมกับตัวเองดี?’ สำรวจจุดประสงค์การนำเงินในอนาคตมาใช้           ก่อนจะเลือกสินเชื่อให้เหมาะสมกับตัวเรา ก็มาดูจุดประสงค์การใช้เงิน-อัตราดอกเบี้ยกันก่อน ว่าสินเชื่อแบบไหนตอบโจทย์บ้าง อย่างเช่น ถ้าหากเราจำเป็นต้องใช้เงินสด ต้องจ่ายกับสิ่งจำเป็น สินเชื่อ อย่างเช่น บัตรกดเงินสด  ก็เป็นตัวเลือกที่นิยมในสมัยนี้ ซึ่งแตกต่างจากเงินกู้นอกระบบ ที่การใช้งานเน้นความคล่องตัว เสียบบัตรก็ได้เงินสด หรือจะเลือกทำธุรกรรมผ่าน

ไอโซเลทซอยโปรตีนโปรตีนทางเลือกใหม่ช่วยบำรุงผิวพรรณได้ดีกว่าที่คิดไอโซเลทซอยโปรตีนโปรตีนทางเลือกใหม่ช่วยบำรุงผิวพรรณได้ดีกว่าที่คิด

ไอโซเลทซอยโปรตีน คือ โปรตีนถั่วเหลืองที่ไม่ได้ผ่านการตัดต่อพันธุกรรมมีเพียงการสกัดเอากากใยและนำเอาไขมันออกไป จึงเหลือโปรตีนที่มีความเข้มข้นสูงถึง 90% โปรตีนประเภทนี้นับว่าเป็นโปรตีนที่มีประสิทธิภาพมากกว่าโปรตีนที่อยู่ในรูปแบบปกติทั่วไปหรือโปรตีนพืชทั่วไป ร่างกายของเราสามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็ว นับว่าเป็นทางเลือกใหม่ที่ดีต่อสุขภาพ  ทำไมไอโซเลทซอยโปรตีนจึงกลายเป็นทางเลือกใหม่  ไอโซเลทซอยโปรตีน คือ โปรตีนที่สกัดมาจากถั่วเหลืองเป็นโปรตีนเข้มข้นสูงถึง 90% แตกต่างจากโปรตีนที่มาจากเนื้อสัตว์ ไอโซเลทซอยโปรตีนไม่มีไขมันและปราศจากคอเลสเตอรอลด้วย การบริโภคเนื้อสัตว์ในปริมาณมากเพื่อหวังโปรตีนเข้มข้นสูงและกรดอะมิโนจำเป็นแต่อาจมีภัยร้ายแอบแฝงมาด้วยนั่นคือไขมันและคอเลสเตอรอลเสี่ยงทำให้เกิดโรคร้ายต่างๆ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมไปถึงโรคมะเร็ง ด้วยเหตุนี้โปรตีนจากถั่วเหลืองจึงกลายเป็นทางเลือกใหม่เพื่อคนรักสุขภาพมีโปรตีนสูงและมีกรดอะมิโนจำเป็นหลายชนิดเช่นกัน  ไอโซเลทซอยโปรตีนบำรุงผิวพรรณได้ดีกว่าที่คิด  ในถั่วเหลืองมีเอสโตรเจนหรือฮอร์โมนของเพศหญิง ช่วยทำให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้นและเต่งตึงแถมยังช่วยกระชับผิวชะลอริ้วรอยแห่งวัย ในหลายประเทศมีการนำถั่วเหลืองมาสกัดเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวต่างๆ นานา ช่วยให้ผิวพรรณดูขาวกระจ่างใส ไอโซเลทซอยโปรตีนจะมีหน้าที่คล้ายกับคอลลาเจนเนื่องจากโปรตีนถั่วเหลืองนั้นมีกรดอะมิโนเป็นสารอาหารสำคัญ สาวๆ คนไหนที่รักสุขภาพและรักความงามแนะนำผลิตภัณฑ์อาหารเสริมไอโซเลทซอยโปรตีน Multivit

เช่าอพาร์ทเมนท์

7 สิ่งดี ๆ ที่คุณอาจคาดไม่ถึงกับการเช่าอพาร์ทเมนท์อยู่ในกรุงเทพฯ7 สิ่งดี ๆ ที่คุณอาจคาดไม่ถึงกับการเช่าอพาร์ทเมนท์อยู่ในกรุงเทพฯ

การใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ นั้น หลายคนอาจจะบอกว่าไม่ใช่เรื่องที่ง่าย ๆ เพราะยิ่งกรุงเทพฯ มีความเจริญสูง การแข่งขันก็ย่อมสูงตามไป เรื่องที่ดินที่อยู่อาศัยก็ปรับตัวสูงขึ้นทุกที่ ทำให้บางคนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองรู้สึกว่าไกลเกินจะเอื้อมถึง การหาเช่าอพาร์ทเมนท์อยู่ในกรุงเทพฯ จึงน่าจะเป็นทางเลือกที่ดี  แต่คงมีหลายคนไม่มั่นใจว่าการอยู่อพาร์ทเมนท์จะดีจริงหรือไม่ หรือจะตัดสินใจกู้เงินลงทุนซื้อบ้านในตอนนี้เลยดี ลองมาดู 7 สิ่งดี ๆ ของการเช่าอพาร์ทเมนท์อยู่ในกรุงเทพฯ ที่เราจะบอกคุณกันก่อนดีกว่า ถ้าคุณทราบข้อมูลแล้วอาจจะช่วยให้คุณตัดสินใจอะไรได้ง่ายขึ้น 1. มีความยืดหยุ่นกว่า การอยู่อพาร์ทเมนท์นั้นจะมีความยืดหยุ่นกว่าในตรงนี้ คุณสามารถเลือกระดับค่าเช่าที่คุณจ่ายไหวได้ หรือช่วงไหนที่คุณกำลังแย่ จ่ายค่าเช่าในระดับเดิมไม่ไหวแล้ว คุณก็ยังมีโอกาสที่จะหาอพาร์ทเมนท์ใหม่ที่ราคาถูกลงกว่าเดิมได้ด้วย ช่วยให้คุณบริหารจัดการได้อย่างลงตัวกับสถานการณ์ทางการเงิน ตรงนี้จะแตกต่างจากการกู้ซื้อบ้านเป็นของตนเอง ซึ่งคุณจะต้องแบกรับภาระหนี้ที่ถูกล็อกไว้ตายตัว